Archive เมษายน 2020

อาการชองผู้ป่วยโรคเอดส์

อย่างที่เราทราบกันไปนั้น ว่าอาการเบื้องต้นก็ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเอชไอวีนั้น เป็นอย่างไรบ้างเราจะเห็นได้ว่า จะมีอาการเหมือนกับการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการเจ็บคอ มีผื่นขึ้นตามร่างกายหรือมีอาการปวดหัวหรือต่อมอาการดังกล่าวของผู้ที่ได้รับเชื้อเอชไอวีนั่นเอง นอกจากนี้เราจะเห็นได้ว่าผู้ที่ป่วยน้ำเหลืองโต คือการเป็นโรคนี้ จะมีอาการต่างๆ

หรือโรคแทรกซ้อนตามมาด้วยก็ได้ อาจจะทำให้มีความยากต่อการรักษาในบางครั้ง ฉะนั้นเราสามารถที่จะเรียนรู้ สามารถศึกษาในเรื่องของอาการที่ติดโรคเอดส์นี้ได้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาและรู้จักการป้องกัน  ไม่ให้เสี่ยงต่อโรคเอดส์นี้ 

อาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์

อาการที่สามารถพบได้ของผู้ป่วยโรคเอดส์ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอจะมีอาการบวมขึ้นมา จะมีแผลตรงบริเวณทางด้านอวัยวะเพศของผู้ป่วยหรือทางทวารหนักหรือบนบริเวณริมฝีปาก จะมีผื่นขึ้นตามร่างกายของผู้ป่วยเช่นตรงผิวหนัง ช่องปากหรือเปลือกตาของผู้ป่วย จะมีไข้บ่อยๆซ้ำๆ น้ำหนักของผู้ป่วยนั้นก็จะมีการลดลงอย่างรวดเร็ว จะมีอาการเหงื่อออกบ่อยๆในช่วงตอนกลางคืน จะรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ จะมีอาการท้องเสียร่วมด้วยคือถ่ายท้องๆบ่อยหรือถ่ายบ่อยขนาดเป็นอาทิตย์ อาจจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างความทรงจำของผู้ป่วยด้วย

จะมีความหลงๆลืมๆในบางครั้ง อาจจะมีอาการซึมเศร้าด้วยในบางครั้งสำหรับผู้ป่วย จึงนำไปสู่ปัญหาของระบบประสาทของผู้ป่วยได้ ที่สำคัญของผู้ป่วยบางราย อาจจะมีสภาวะแทรกซ้อนของโรคต่างๆเข้ามาได้เช่นกัน เนื่องจากร่างกายของเรามีเชื้อไวรัสเอชไอวี ถ้าหากช้าต่อการรักษา ตัวเชื้อก็อาจจะฝังอยู่ในร่างกายของผู้ป่วย

จึงทำการแพร่กระจายของเชื้อไปทั่วร่างกายของผู้ป่วย จึงทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นมาได้นั่นก็คือ ปอดอักเสบ นั่นเอง อาจจะเกิดจากที่ปอดอาจจะได้รับเชื้อต่างๆที่มีผลกระทบต่อกี่ทำงานของปอดเรา จึงทำให้เป็นโรคนี้ได้ ฉะนั้นถ้าหากเรารู้ว่าตัวเองมีความผิดปกติหรือมีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวีหรือมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเอดส์นี้

เราสามารถที่จะไปตรวจเพื่อเข้ารับการรักษาให้ไวที่สุด เพื่อที่ร่างกายของเราจะได้มีต่อสู้จากโรคนี้ได้บ้าง การที่ได้รับดารรักษาที่รวดเร็ว ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีของผู้ป่วยหนึ่งข้อเราสามารถที่จะระงับการแพร่กระจายของเชื้อไปยังส่วนต่างๆของร่างกายผู้ป่วยได้ จะได้รับการรักษาที่ดีและรวดเร็ว ฉะนั้นหากใครที่รู้ตัวว่าเรานั้น มีความเสี่ยงเพื่อที่จะสามารถรับการรักษาที่ดีและมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคนี้

 

ขอบคุณ  ชุดตรวจ hiv  ให้การสนับสนุน

อาการและสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหูน้ำหนวก

อาการและสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหูน้ำหนวก โดยจะมีผลเสียกับร่างกายดังนี้

โรคหูน้ำหนวกจะเริ่มจากสาเหตุที่คนไข้มีการติดเชื้อบริเวณคอและจมูกในตอนแรกหรือไข้หวัด เมื่อเป็นไปสักระยะโดยไม่รักษา อาการจะค่อยๆลามไปบริเวณหูชั้นในและชั้นกลางโดยทำให้เกิดอาการอักเสบบริเวณดังกล่าว อาการหูน้ำหนวกนั้นอาจเกิดจากสาเหตุอย่างอื่นก็ได้เช่น คนไข้เอาของที่สกปรกแคะหู หรือมีของเหลวที่มีเชื้อโรคเข้าไปยังรูหู จึงทำให้เกิดการระคายเคืองและติดเชื้อในรูหู ลักษณะของอาการจะมีหลายอย่างโดยจะแบ่งเป็น มีการติดเชื้อและเกิดเป็นหนองในรูหูทำให้เกิดการปวดเป็นอย่างมาก ในรูหูจะเกิดอาการบวมแดงและทำให้คนไข้ได้ยินเสียงไม่ชัดเจนเหมือนปกติ หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหูตึงชั่วคราว 

ลักษณะของโรคนี้จะแบ่งหลักๆออกเป็น2แบบ คือ เป็นแบบชั่วคราวซึ่งจะเป็นในระยะเวลาไม่นานมากโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 1 เดือน อีกแบบคือเป็นระยะยาวหรือเรื้อรัง โดยรูหูจะเกิดการอักเสบนานมากเกินกว่า4เดือน หากเป็นระยะร้ายแรงเชื้อโรคอาจจะกัดเกิดแก้วหูจนเยื้อแก้วหูทะลุได้ทำให้เกิดเป็นโรคหูหนวกหรือโรคหูตึงโดยถาวร โดยปกติแล้วหากคนไข้เป็นถึงขั้นหูตึง แพทย์จะแนะนำให้คนไข้สวมใส่ เครื่องช่วยฟัง เพื่อช่วยในการขยายเสียงและทำให้ได้ยินเสียงที่ชัดเจนขึ้นเทียบเท่ากับคนปกติที่ไม่สุญเสียการได้ยิน

อาการของโรคหูน้ำหนวกนั้นจะมีลักษณะคือ มีอาการปวดบวมแดงในบริเวณช่องหูชั้นกลาง บางคนอาจจะมีน้ำหนองในหูซึ่งจะมีกลิ่นเหม็นและมีอาการปวดจนมีไข้ได้ หากไม่ได้มีการรักษาอย่างถูกต้องจะนำมาสู่การสู่เสียการได้ยินอย่างถาวร การรักษาเบื้องต้นหากมีอาการคือไม่นำไม้หรือของแข็งแหย่หรือแคะหูเพราะจะทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น แนะนำให้ไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วนโดยแพทย์จะให้ยากินที่มีการลดการแก้ปวดและยาหยอดหูที่ลดการอักเสบในรูหู มียาแก้แพ้และยาลดการบวม หากมีการติดเชื้อจะต้องให้ยาปฏิชีวนะเพิ่มด้วย

ในระยะการรักษาตัวผู้ป่วยจำเป็นต้องหลักเลี่ยงการอยู่ในที่เสียงดัง ห้ามไม่ให้สั่งน้ำมูกแรงเป็นอันขาดเพราะจะทำให้แก้วหูทะลุ ห้ามไม่ให้น้ำเข้าไปในรูหู และต้องมาพบแพทย์เพื่อดูอาการเป็นประจำทุกๆ2-3วัน จนกว่าอาการจะดีขึ้นและหายขาด บางคนอาจจะต้องงดสระผมเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ในรูหูมีการเปียกชื้น หากอาการยังไม่ดีขึ้นอาจจะต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อให้เส้นประสาทภายในหูกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติที่สุด ดังนั้นทุกคนควรจะดูแลหูให้ดีเพื่อหลักเลี่ยงอาการเจ็บป่วยให้ดีที่สุด

คุณแม่ท้องผูกควรกินอะไร

เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วสำหรับคุณแม่ที่จะมีอาการท้องผูกแต่เนื่องจากการที่คุณแม่กินอะไรเข้าไปจะมีผลต่อลูกน้อยทั้งสิ้นดังนั้นจึงไม่ควรกินยาเพื่อระบายให้ช่วยในการขับถ่ายแต่ควรจะหาสิ่งอื่นมากินเพื่อเป็นการทดแทนแทนยาระบายให้สามารถขับถ่ายได้ดีขึ้นแถมลูกน้อยของเราก็ยังปลอดภัยได้อีกด้วยดังนั้นวันนี้ทาง  ผลเลือด non reactive แปลว่าอะไร    จะมาแนะนำผลไม้ที่จะช่วยให้คุณแม่ท้องผูกขับถ่ายได้ดีขึ้น

  1. ลูกพรุนหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าลูกพรุนมีใหญ่อาหารค่อนข้างเยอะและมีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมายดังนั้นหากต้องการเป็นยาระบายคุณแม่ควรดื่มน้ำรูปผลจะช่วยให้ถ่ายท้องได้ง่ายแถมกินแล้วรู้สึกสดชื่นอีกด้วย
  2. น้ำส้มคั้นน้ำนางเอกที่ทุกคนรู้จักเป็นอีกน้ำผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการระบายเพราะมีพวกวิตามินซีสูงมากช่วยในเรื่องของการดูแลผิวพรรณแล้วเรื่องของการท้องผูกโดยเฉพาะแต่การทำน้ำส้มคั้นควรจะเป็นน้ำส้มคั้น 100% ไม่ผสมน้ำตาลโทรหาคุณแม่ต้องกินน้ำส้มคั้นผสมน้ำตาลจะทำให้คุณแม่อ้วนได้
  3. น้ำมะเขือเทศเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการดื่มน้ำมะเขือเทศจะช่วยให้ผิวสวยเพราะเรื่องมีวิตามินเยอะจะช่วยเรื่องของการลดริ้วรอยและช่วยให้แก่ช้าลงและที่สำคัญมะเขือเทศมีกากใยอาหารเยอะเพราะฉะนั้นจะช่วยเรื่องของระบบขับถ่ายของคุณแม่ได้ดีอีกด้วยการที่คุณได้กินน้ำมะเขือเทศนอกจากจะช่วยให้ผิวของแม่สวยช่วยให้คุณแม่ถ่ายท้องได้ดีน้ำมะเขือเทศยังจะส่งผลไปถึงลูกของคุณแม่ให้เด็กเกิดมามีผิวพรรณที่สวยงามผิวขาวอมชมพูได้อีกด้วย
  4. กล้วยน้ำว้า  เชื่อว่าใครๆก็รู้อยู่แล้วว่าการกินกล้วยน้ำว้าจะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นทั้งนี้กล้วยยังมีแคลเซียมและวิตามินบีสูงดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่มักจะนิยมกินกล้วยแถมเมื่อเด็กก่อนคลอดออกมาคนโบราณก็มักจะให้เด็กกินกล้วยน้ำว้าเพราะว่าจะช่วยให้เด็กถ่ายท้องได้ดี   การกินกล้วยมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก
  5. มะละกอสุกเรารู้อยู่แล้วว่ามะละกอช่วยเรื่องของการระบายใครที่เป็นโรคท้องผูกควรจะกินมะละกอสุกเยอะเยอะแถมมะละกอก็ยังมีวิตามินสูงทำให้ผิวสวยอีกด้วย   มะละกอเป็นผลไม้ที่หาง่ายบางคนปลูกไว้ในบ้านไม่ต้องไปหาซื้อให้ยุ่งยากด้วยซ้ำไปดังนั้นการกินมะละกอนอกจากจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะแล้วยังช่วยในเรื่องของการรักษาอาการท้องผูกของคุณแม่ได้ดีอีกด้วย