Archive มีนาคม 2020

ปัญหาการได้ยินในผู้สูงอายุ 

      คนเราทุกคนเมื่อมีอายุมากขึ้น การทำงานของร่างกายก็จะเสื่อมถอยลง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเรื่องการมองเห็น ปัญหากล้ามเนื้อจะค่อยลีบลง ปัญหาเรื่องการกระดูกที่พบว่าจะเป็นโรคกระดูกพรุนกันเยอะ ปัญหาโรคหัวใจ ปัญหาหาผิวหนังแห้งง่ายหรือแม้แต่ปัญหาการได้ยิน อย่างที่คนมักจะชอบพูดกันว่าเมื่อแก่ตัวแล้วทุกอย่างก็จะหย่อนยานไปหมด เหลืออยู่อย่างเดียวที่เท่านั้นที่ตึง นั่นก็คือหู  การหูตึงในคนแก่นั้นไม่ได้หมายถึงผิวหนังที่เต่งตึงแต่หมายถึงประสิทธิภาพการรับฟังเสียงของคนสูงอายุจะลดลง

จะได้ยินเสียงเบาหรือบางครั้งไม่ได้ยินเลย ดังนั้นหลายครั้งที่จะเห็นคนสูงอายุเวลาดูทีวีจะมีการเปิดเสียงที่ดังมากๆ สำหรับนิยามของคำว่าผู้สูงอายุนั้นจะหมายถึงคนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย หากมีอายุที่มากขึ้นย่อมประสบกับปัญหาการได้ยินกันทุกคน แต่รู้หรือไม่ว่าการปล่อยที่ผู้สูงอายุมีปัญหาด้านการได้ยินนั้น ไม่ใช่แค่จะมีปัญหาเรื่องการพูดคุยสื่อสารกันเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาเรื่องของสุขภาพอื่นๆตามมามากมายอีกด้วย

อย่างแรกที่เราจะพบเลยหากผู้สูงอายุเริ่มที่จะไม่ได้ยิน พวกท่านจะเริ่มตีตัวออกจากสังคม จะชอบอยู่คนเดียวเพราะพวกท่านจะพบปัญหาว่าเมื่อท่านคุยกับใครแล้ว ท่านจะไม่ค่อยได้ยินและคนอื่นก็จะไม่อยากคุยกับพวกท่านเพราะบางครั้งการที่เราต้องตะโกนคุยกับคนที่มีปัญหาทางหูก็จะทำให้เรามีอารมณ์หงุดหงิดและไปพาลใส่พวกท่านได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ผู้สูงอายุที่รับรู้ว่าตัวเองมีปัญหาด้านการได้ยินจึงไม่ค่อยอยากจะคุยกับใคร ชอบออกมาอยู่คนเดียว

และเมื่อไม่มีสังคมให้พูดคุย ผลที่ตามมาอีกก็คือจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือมีปัญหาด้านสุขภาพจิต มีหลายรายที่เมื่อเป็นโรคซึมเศร้าแล้วก็จะมีการพยายามฆ่าตัวตาย เพราะคิดว่าลูกหลาน คนในครอบครัวไม่รัก และหากสมองไม่มีการพัฒนา ไม่มีการถูกกระตุ้นด้วยเสียงบ่อยๆนานไปเข้าก็จะทำให้เป็นโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ได้อีกด้วย  

          จะเห็นได้ว่าแค่ปัญหาเรื่องของการได้ยินเพียงอย่างเดียวสามารถส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับผู้สูงอายุได้อีกมากมาย ดังนั้นเราควรมีการดูแลและใส่ใจ หากท่านมีปัญหาด้านการได้ยินควรพาท่านไปปรึกษาแพทย์เพราะปัจจุบันมีเครื่องช่วยฟังที่สามารถช่วยให้พวกท่านได้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ และมีความสุขในราคาที่ไม่แพง 

 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ประโยชน์ของข้าวแต่ละชนิด

ทุกคนในที่นี้ไม่มีใครไม่เคยทานข้าวกันหรอกใช่ไหม แน่นอน นั้นเป็นเพราะว่าข้าวเป็นอาหารจานหลักที่อยู่กับคนไทยมาแต่นานแล้ว รวมไปถึงการที่ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวไปยังต่างประเทศเป็นอันดับต้นๆอีกด้วย ในชีวิตประจำวันของเรานั้น ข้าวที่หลายคนทานกันอย่างมากและเป็นที่นิยมนั้นก็คือ ข้าวขาว เราจะพบว่าข้าวขาวถูกนำมาใช้รับประทานกันเป็นหมู่มากเนื่องจากมีราคาถูกและหาทานได้ง่ายกว่าข้าวชนิดอื่นๆ ซึ่งในประเทศไทยเรานั้นไม่มีแต่ข้าวขาวเพียงเท่านั้น ยังมีข้าวอีกหลากหลายสายพันธุ์เลยที แต่หลายคนมักจะบอกว่า ทานข้าวแบบไหนก็เหมือนกันนั้นแหละ ซึ่งจริงๆแล้วนั้นไม่เป็นความจริง เพราะข้าวแต่ละชนิดนั้นมีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง ทางความอร่อย และคุณค่าทางโภชนาการ แต่ข้าวแต่ละชนิดจะมีอะไรบ้างนั้นมีดังนี้

ข้าวขาว หรือข้าวหอมมะลิ  เป็นข้าวที่ผ่านขัดสีออกไปค่อนข้างมาก มากที่สุดถ้าหากเปรียบเทียบกับชนิดอื่นๆทั้งหมด ซึ่งเหตุนี้จึงทำให้คุณประโยชน์ในข้าวขาวนั้นหายไป คงเหลือแค่เพียงคาร์โบไฮเดรตที่สูงถึง 71-77% ช่วยสร้างพลังงานให้กับร่างกาย และยังมีวิตามินB1 ที่ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา กับ วิตามินB2 ที่ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก ถึงแม้ว่าข้าวชนิดนี้จะถูกขัดสีออกไปมาก แต่ก็ยังถือว่าเป็นข้าวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะการทานง่าย และนุ่มของเมล็ดข้าว

ข้าวกล้อง เป็นข้าวที่นำเปลือกออกแต่ยังมีจมูกข้าวและเยื้อหุ้มเมล็ดอยู่ ข้าวกล้องจึงมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลอ่อน ที่อุดมไปด้วยประโยชน์จากแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิด เช่น วิตามินB1 แคลเซียม โฟเลต ธาตุเหล็กและฟอสฟอรัส ที่จะช่วยในการทำให้กระดูกและฟันมีความแข็งแรง ป้องกันโรคโลหิตจาง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เป็นต้น ข้าวกล้องถือว่าเป็นข้าวอีกชนิดที่ยอดฮิตในกลุ่มคนที่ต้องการลดหุ่นหรือลดน้ำหนัก เพราะเป็นข้าวที่มีดัชนีมวลของน้ำตาลน้อย มีใยอาหารสูงช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย และเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานเป็นอย่างมาก

ข้าวหอมนิล  เป็นข้าวที่มีลักษณะเรียวยาว มีสีที่ออกไปทางสีดำไม่ก็สีม่วงเข้ม มีกลิ่นที่หอมเป็นเอกลักษณ์โดยมีความแตกต่างจากข้าวชนิดอื่นๆ ซึ่งในข้าวหอมนิลมี แอนโทไซยานิน ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและโรคมะเร็ง ได้ดีกว่าการทานผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ถึง 3 เท่า และยังมีธาตุเหล็กที่ร่างกายนั้นสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงโลหิตและการทำงานของระบบประสาท

ข้าวแดง เป็นข้าวที่มีเยื้อหุ้มเมล็ดเป็นสีแดง มีหลายสายพันธุ์อย่างเช่น ข้าวมันปู ข้าวสังข์หยด เป็นต้น ซึ่งในสายพันธุ์ข้าวมันปูนั้นมีมีสารแคโรทีน มีคุณสมบัติเป็นโปรวิตามินสูงกว่าข้าวสายพันธุ์อื่นๆ ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา สุขภาพผิว และยังช่วยในการชะลอความอ่อนวัยอีกด้วย อีกสายพันธุ์คือ ข้าวสังข์หยด ที่ความอ่อนนุ่ม ทานง่าย อุดมไปด้วยธาตุเหล็กและฟอสฟอรัส ที่มีส่วนช่วยการบำรุงโลหิต และในข้าวแดงทุกสายพันธุ์พันธุ์นั้นมีวิตามินB3 ที่จะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี สามารถลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆจาก  ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม