บุคคลแบบไหนที่เสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูกบ้าง

คำว่ามะเร็งใครๆได้ยินก็คงหันหลังให้ทั้งนั้น เพราะมันคือโรคร้ายที่ใครๆก็ไม่อยากเป็น โรคมะเร็งที่เรารู้จักมักเกิดขึ้นกับวัยกลางคนสะส่วนใหญ่ แต่จะสามารถเกิดขึ้นกับวัยอื่นๆได้เช่นกัน แต่ทว่ามะเร็งนั้นไม่ได้เกิดที่เดียว แต่มันสามารถเป็นได้ตามอวัยวะของเราเรียกได้ว่าแทบทุกส่วนก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นมะเร็งได้เช่นกัน

มะเร็งที่เรารู้จักนั้นมันเกิดขึ้นจากโรคอื่นๆที่เราเป็นแล้วกลายเป็นมะเร็งในที่สุด และมะเร็งปากมดลูกก็เช่นกัน ซึ่งการเป็นมะเร็งปากมดลูกนั้นสามารถเป็นได้โดยการที่เรานั้นเป็นเนื้องอกที่มดลูก แล้วกลายเป็นเนื้อร้ายนั้นก็คือมะเร็งนี่เอง มะเร็งปากมดลูกที่เรารู้จักมันไม่ได้เป็นที่ปากมดลูกเพียงแค่ที่เดียว แต่มันสามารถเป็นที่ช่องคลอดหรืออาจจะเป็นบริเวณของมดลูกก็ได้เช่นกัน

สำหรับมะเร็งปากมดลูกนี้มักจะเป็นกับบุคคลที่มีอายุประมาณ 40 กว่าๆขึ้นไป ส่วนใหญ่จะเป็นกับสาวในวัยกลางคน แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าในวัยอื่นๆจะไม่เป็นกันนะ เพราะสามารถเป็นได้ทั้งหมดแต่ในช่วยวัยกลางคนจะเป็นเยอะมากกว่าเท่านั้นเอง หรืออาจจะเกิดจากกรรมพันธ์ก็ได้นะ เพราะเชื้อมะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้จากกรรมพันธุ์ของเราเอง

มะเร็งปากมดลูกสามารถเป็นได้กันเยอะในช่วงวัยของกลางคน และมะเร็งปากมดลูกนี้เป็นโรคที่สามารถเป็นกันง่าย เพราะมีผลวิจัยมาวาโรคมะเร็งปากมดลูกนี้มีอัตราเสี่ยงเป็นมะเร็งเป็นอันดับสอง ของโรคมะเร็งทั้งหมดนั้นเอง

สาเหตุหลักๆที่ทำให้เราเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกมีอะไรบ้าง

สาเหตุนั้นก็คงตอบแบบคร่าวๆได้ว่าการเกิดโรคมะเร็งหลักสำคัญนั้นก็มาจากการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งต้องบอกว่าการติดเชื้อนี้เป็นส่วนมากที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งด้วยกันทั้งนั้น สาเหตุรองลงมาก็คือการสูบบุหรี่ หรืออาจจะเกิดจากภูมิคุ้มกันของคนที่เป็นนั้นเกิดบกพร่องนั้นเอง และนอกจากนั้นก็ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ก่อให้เกิดเป็นโรคมะเร็งอีกมากมาย 

สำหรับอาการเบื้องต้นที่เราจะสังเกตุได้ว่าเราเป็นมะเร็งปากมดลูกนั้นก็คือ

ให้เราสังเกตุการเป็นประจำเดือนของเรา เพราะหากเรามีการอาการที่ผิดปกติของประจำเดือนนั้นเท่ากับว่าเราเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะการันตีหรือฟันธงได้ว่าเราเป็นมะเร็ง เพราะมันยังมีอีกหลายปัจจัยอย่างเช่น มีอาการของการอั้นปัสวะไม่อยู่หรือปัสวะบ่อยครั้งเกินปกติ

ในกรณีท้องผูกบ่อยครั้ง หรืออาจจะมีการซูบผอมผิดปกติ โลหิตจาง หรือมีไข้ หรือร่างกายไม่มีแรง ซึ่งเบื้องต้นหากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์วิฉัยหรือตรวจให้ละเอียดจะดีกว่า เพราะเราอาจจะอยู่ในขั้นเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกอยู่ก็ได้ หากตรวจเร็วหรือพบว่าเราเป็นมะเร็งปากมดลูกจริง จะได้แก้ไขหรือรักษาได้ทันท่วงที

 

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

รู้จักกันไหมเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ (Hepatitis A)

 

โรคไวรัสตับอักเสบ เอ  เป็นโรคที่มีการอักเสบของตับโดยเกิดจากเชื้อไวรัสประเภทเชื้อที่เกี่ยวข้องตับอักเสบจำพวกเอ (HAV) ที่สามารถติดต่อกันได้ผ่านการทานอาหารแล้วก็น้ำกินที่แปดเปื้อนเชื้อไวรัสนั้น การสัมผัสกับสิ่งสกปรกแล้วก็อุจจาระที่ปะปนมากับอาหาร หรือกับคนที่ติดเชื้อโรค รวมทั้งจากการบริโภคน้ำหรือของกินที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อาการที่แสดงออกมามากมีทั้งอาการลักษณะของการป่วยในระดับอ่อนไปจนกระทั่งระดับร้ายแรง เช่น ปวดศีรษะ เป็นไข้ตัวร้อน รู้สึกเหนื่อย ป่วยปวดเนื้อปวดตัว 

ไม่อยากกินอาหาร พบผื่นคัน เจ็บท้อง ท้องเสีย ท้องผูก ปวดตามกล้ามเนื้อรวมทั้งข้อต่อ คันตามผิวหนัง ฉี่มีสีคล้ำ อุจจาระมีสีจาง มีสภาวะโรคตับเหลือง ฯลฯ หากละเลยไม่มีการดูแลรักษากระทั่งเชื้อและอาการของโรคได้ลุกลาม บางทีอาจก่อให้เกิดภาวการณ์ร้ายแรง อาทิเช่นตับวายได้  

การป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ ฉีดยาป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ จะเป็นการสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ ภายหลังจากการฉีดยาราว 1 เดือน วัคซีนจะส่งผลออกฤทธิ์เกือบเต็มประสิทธิภาพในการป้องกันโรค โดยวัคซีนจะเริ่มมีคุณภาพที่ดีขึ้นในอาทิตย์ที่ 2  ภายหลังจากฉีดเข็มแรกไปแล้วราวๆ 6 เดือนจากนั้นให้มาฉีดซ้ำอีกรอบเพื่อประสิทธิผลในระยะยาว

การฉีดยาดังกล่าวสามารถฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไป โดยคนที่ควรจะฉีดยาเป็นกรณีพิเศษ คือ คนที่ต้องคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ เอ คนที่ป่วยเป็นโรคนี้จะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับตับอย่างเรื้อรัง หากใครทำงานที่ต้องเกี่ยวพันหรือมีโอกาสเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ เข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจากคนด้วยกัน จากสัตว์ หรือจากสภาพแวดล้อม เช่น ผู้ดูแลคนเจ็บ หรือผู้ทำงานในบ่อกำจัดน้ำเสีย คนที่จำต้องเดินทางไปยังพื้นที่เกิดการระบาดของโรค ชายที่ร่วมเพศกับเพศเดียวกัน รวมทั้งคนที่ใช้เข็มเจาะเลือดที่ใช้ในการเสพยาอย่างผิดกฎหมาย

ผลข้างเคียงจากการฉีดยาป้องกัน คือ รอยบวมแดงรวมทั้งความเจ็บรอบๆ ที่ฉีดยา ซึ่งอาการนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นนานนักจะหายไปเอง ส่วนอาการอื่นๆ ที่บางทีอาจเกิดขึ้นได้ในบางราย ยกตัวอย่างเช่น อาจมีไข้อ่อนๆ รู้สึกเจ็บป่วย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ปวดศีรษะ และอยากอาหารลดลง

เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองให้มากขึ้น ให้ทุกคนดูแลตัวเองด้วยการดูแลรักษาสุขลักษณะ กินน้ำสะอาด กินอาหารสะอาดรวมทั้งปรุงสุก ใช้ช้อนกลางเมื่อทานอาหารร่วมกับคนอื่น ล้างมือให้สะอาดเมื่อไปสัมผัสสิ่งสกปรกมา เลี่ยงการสัมผัสของเสียจากผู้ติดเชื้อโรค หรือผู้ป่วย หรือการสัมผัสหนองน้ำที่เน่าเสีย น้ำเสีย ควรชำระล้างร่างกายและเสื้อผ้าให้สะอาดอยู่ตลอด เลี่ยงการมีเซ็กส์กับคนไข้ และไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับคนอื่นๆ

ถ้าหากมีลักษณะอาการของโรคดีซ่าน ผู้ป่วยควรจะลางานหรือหยุดเรียนราว 1 อาทิตย์ เพื่อดูแลสุขลักษณะของตนเอง ล้างมือให้สะอาดอยู่ตลอด เลี่ยงการปรุงอาหารตักอาหารให้คนอื่นทาน ชำระล้างเสื้อผ้ารวมถึงของใช้ส่วนตัวก็ควรจะแยกจากคนอื่น ล้างทำความสะอาดห้องน้ำเป็นประจำและก็งดเว้นการร่วมเพศในตอนที่กำลังติดโรคอยู่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

เรื่อง โรคขาดผู้ชายไม่ได้กับผลที่ตามมา

ให้หลายๆ คนคงเคยได้ยินโรคที่มีชื่อว่า Nymphomania (โรคนิมโฟมาเนีย) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อโรคขาดผู้ชายไม่ได้ สำหรับโรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่ในเพศหญิงเพียงอย่างเดียวแต่ยังสามารถเกิดได้ในเพศชายอีกด้วย แต่ถ้าเกิดในเพศชายจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Satyriasis แต่ส่วนใหญ่โรคนี้มักจะเกิดในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

สำหรับโรคขาดผู้ชายไม่ได้นี้ต้องอธิบายก่อนว่าผู้ที่เป็นโรคนี้จะต้องการมีเพศสัมพันธ์หรือต้องการสำเร็จความใคร่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งโรคนี้นี้ไม่ได้พึ่งเกิดขึ้นมาในช่วงไม่กี่ปีหลังที่ผ่านมาแต่โรคนี้มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยยุโรปยุคกลาง 

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้มักจะมีความต้องการทางเพศสูงโดยที่ไม่ได้สนใจว่าผู้ชายคนที่จะมามีความสัมพันธ์ด้วยจะเป็นใคร หรือไม่ก็ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะชอบสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองอยู่บ่อยครั้งและจะชอบพูดจาลามกอีกด้วย ส่วนผลที่จะตามมากับกลุ่มคนที่เป็นโรคนี้นั้นคงหนีไม่พ้นการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สาเหตุของของการที่โรคทางเพศสัมพันธ์ก็คงหนีไม่พ้นการที่ผู้ป่วยไม่สามารถความคุมความต้องการของตนเองได้เพราะถ้าผู้ที่ป่วยเป็นโรคขาดผู้ชายไม่ได้ยังควมคุมอารมณ์หรือความต้องการเพศได้

ถ้าเขาไม่สำเร็จความใคร่ด้วยตนเองก็ต้องหาใครสักคนเพื่อมาบรรเทาความต้องการของตนที่มีมากเกินไป และถ้าผู้ที่เป็นโรคนี้ยังมีความสัมพันธ์กับผู้ชายมากหน้าหลายตาไปเรื่อยและถ้าตอนมีอะไรกันแล้วไม่สวมถุงยางอนามัยแล้วละก็ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ต่อแถวรอคุณอยู่ก็ได้ ถ้าเกิดติดโรคขึ้นมาจริงๆถ้าคุณยังพอมีโชคดีอยู่บ้างคุณอาจจะติดโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ถ้าโชคชะตานั้นเล่นตลกกับคุณก็ไม่ต้องถามถึงโรคที่ รักษาให้หาย

แต่คุณคงจะติดโรคที่ยังไม่มีการรักษาให้หายคงทำได้แค่กินยาเพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น ตัวอย่างเช่นติดเชื้อHIV หรือที่เรารู้จักกันโดยทั่วไปก็คือโรคเอดส์นั้นเอง เพราะโรคนี้ยังในทางการแพทย์ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สิ่งที่ทำให้ดีที่สุดคือกินยาตามที่แพทย์สั่งเพื่อบรรเทาอาการเท่า

แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณเป็นโรคขาดผู้ชายไม่ได้และมีความต้องการทางเพศสูงหรือเป็นคนปกติธรรมดาทั่วไป คุณก็ควรที่จะป้องกันทุกครั้งเมื่อเวลาที่คุณมีเพศสัมพันธ์ และถ้าคุณพลาดติดโรคขึ้นมาคงไม่คุ้มแน่ที่จะต้องมาทนทรมานกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์พวกนี้ เพราะลำพังเป็นโรคขาดผู้ชายไม่ได้ก็คงจะทรมานไม่ น้อยเลยทีเดียว 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

อาการชองผู้ป่วยโรคเอดส์

อย่างที่เราทราบกันไปนั้น ว่าอาการเบื้องต้นก็ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเอชไอวีนั้น เป็นอย่างไรบ้างเราจะเห็นได้ว่า จะมีอาการเหมือนกับการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการเจ็บคอ มีผื่นขึ้นตามร่างกายหรือมีอาการปวดหัวหรือต่อมอาการดังกล่าวของผู้ที่ได้รับเชื้อเอชไอวีนั่นเอง นอกจากนี้เราจะเห็นได้ว่าผู้ที่ป่วยน้ำเหลืองโต คือการเป็นโรคนี้ จะมีอาการต่างๆ

หรือโรคแทรกซ้อนตามมาด้วยก็ได้ อาจจะทำให้มีความยากต่อการรักษาในบางครั้ง ฉะนั้นเราสามารถที่จะเรียนรู้ สามารถศึกษาในเรื่องของอาการที่ติดโรคเอดส์นี้ได้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาและรู้จักการป้องกัน  ไม่ให้เสี่ยงต่อโรคเอดส์นี้ 

อาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์

อาการที่สามารถพบได้ของผู้ป่วยโรคเอดส์ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอจะมีอาการบวมขึ้นมา จะมีแผลตรงบริเวณทางด้านอวัยวะเพศของผู้ป่วยหรือทางทวารหนักหรือบนบริเวณริมฝีปาก จะมีผื่นขึ้นตามร่างกายของผู้ป่วยเช่นตรงผิวหนัง ช่องปากหรือเปลือกตาของผู้ป่วย จะมีไข้บ่อยๆซ้ำๆ น้ำหนักของผู้ป่วยนั้นก็จะมีการลดลงอย่างรวดเร็ว จะมีอาการเหงื่อออกบ่อยๆในช่วงตอนกลางคืน จะรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ จะมีอาการท้องเสียร่วมด้วยคือถ่ายท้องๆบ่อยหรือถ่ายบ่อยขนาดเป็นอาทิตย์ อาจจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างความทรงจำของผู้ป่วยด้วย

จะมีความหลงๆลืมๆในบางครั้ง อาจจะมีอาการซึมเศร้าด้วยในบางครั้งสำหรับผู้ป่วย จึงนำไปสู่ปัญหาของระบบประสาทของผู้ป่วยได้ ที่สำคัญของผู้ป่วยบางราย อาจจะมีสภาวะแทรกซ้อนของโรคต่างๆเข้ามาได้เช่นกัน เนื่องจากร่างกายของเรามีเชื้อไวรัสเอชไอวี ถ้าหากช้าต่อการรักษา ตัวเชื้อก็อาจจะฝังอยู่ในร่างกายของผู้ป่วย

จึงทำการแพร่กระจายของเชื้อไปทั่วร่างกายของผู้ป่วย จึงทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นมาได้นั่นก็คือ ปอดอักเสบ นั่นเอง อาจจะเกิดจากที่ปอดอาจจะได้รับเชื้อต่างๆที่มีผลกระทบต่อกี่ทำงานของปอดเรา จึงทำให้เป็นโรคนี้ได้ ฉะนั้นถ้าหากเรารู้ว่าตัวเองมีความผิดปกติหรือมีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวีหรือมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเอดส์นี้

เราสามารถที่จะไปตรวจเพื่อเข้ารับการรักษาให้ไวที่สุด เพื่อที่ร่างกายของเราจะได้มีต่อสู้จากโรคนี้ได้บ้าง การที่ได้รับดารรักษาที่รวดเร็ว ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีของผู้ป่วยหนึ่งข้อเราสามารถที่จะระงับการแพร่กระจายของเชื้อไปยังส่วนต่างๆของร่างกายผู้ป่วยได้ จะได้รับการรักษาที่ดีและรวดเร็ว ฉะนั้นหากใครที่รู้ตัวว่าเรานั้น มีความเสี่ยงเพื่อที่จะสามารถรับการรักษาที่ดีและมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคนี้

 

ขอบคุณ  ชุดตรวจ hiv  ให้การสนับสนุน

อาการและสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหูน้ำหนวก

อาการและสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหูน้ำหนวก โดยจะมีผลเสียกับร่างกายดังนี้

โรคหูน้ำหนวกจะเริ่มจากสาเหตุที่คนไข้มีการติดเชื้อบริเวณคอและจมูกในตอนแรกหรือไข้หวัด เมื่อเป็นไปสักระยะโดยไม่รักษา อาการจะค่อยๆลามไปบริเวณหูชั้นในและชั้นกลางโดยทำให้เกิดอาการอักเสบบริเวณดังกล่าว อาการหูน้ำหนวกนั้นอาจเกิดจากสาเหตุอย่างอื่นก็ได้เช่น คนไข้เอาของที่สกปรกแคะหู หรือมีของเหลวที่มีเชื้อโรคเข้าไปยังรูหู จึงทำให้เกิดการระคายเคืองและติดเชื้อในรูหู ลักษณะของอาการจะมีหลายอย่างโดยจะแบ่งเป็น มีการติดเชื้อและเกิดเป็นหนองในรูหูทำให้เกิดการปวดเป็นอย่างมาก ในรูหูจะเกิดอาการบวมแดงและทำให้คนไข้ได้ยินเสียงไม่ชัดเจนเหมือนปกติ หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหูตึงชั่วคราว 

ลักษณะของโรคนี้จะแบ่งหลักๆออกเป็น2แบบ คือ เป็นแบบชั่วคราวซึ่งจะเป็นในระยะเวลาไม่นานมากโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 1 เดือน อีกแบบคือเป็นระยะยาวหรือเรื้อรัง โดยรูหูจะเกิดการอักเสบนานมากเกินกว่า4เดือน หากเป็นระยะร้ายแรงเชื้อโรคอาจจะกัดเกิดแก้วหูจนเยื้อแก้วหูทะลุได้ทำให้เกิดเป็นโรคหูหนวกหรือโรคหูตึงโดยถาวร โดยปกติแล้วหากคนไข้เป็นถึงขั้นหูตึง แพทย์จะแนะนำให้คนไข้สวมใส่ เครื่องช่วยฟัง เพื่อช่วยในการขยายเสียงและทำให้ได้ยินเสียงที่ชัดเจนขึ้นเทียบเท่ากับคนปกติที่ไม่สุญเสียการได้ยิน

อาการของโรคหูน้ำหนวกนั้นจะมีลักษณะคือ มีอาการปวดบวมแดงในบริเวณช่องหูชั้นกลาง บางคนอาจจะมีน้ำหนองในหูซึ่งจะมีกลิ่นเหม็นและมีอาการปวดจนมีไข้ได้ หากไม่ได้มีการรักษาอย่างถูกต้องจะนำมาสู่การสู่เสียการได้ยินอย่างถาวร การรักษาเบื้องต้นหากมีอาการคือไม่นำไม้หรือของแข็งแหย่หรือแคะหูเพราะจะทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น แนะนำให้ไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วนโดยแพทย์จะให้ยากินที่มีการลดการแก้ปวดและยาหยอดหูที่ลดการอักเสบในรูหู มียาแก้แพ้และยาลดการบวม หากมีการติดเชื้อจะต้องให้ยาปฏิชีวนะเพิ่มด้วย

ในระยะการรักษาตัวผู้ป่วยจำเป็นต้องหลักเลี่ยงการอยู่ในที่เสียงดัง ห้ามไม่ให้สั่งน้ำมูกแรงเป็นอันขาดเพราะจะทำให้แก้วหูทะลุ ห้ามไม่ให้น้ำเข้าไปในรูหู และต้องมาพบแพทย์เพื่อดูอาการเป็นประจำทุกๆ2-3วัน จนกว่าอาการจะดีขึ้นและหายขาด บางคนอาจจะต้องงดสระผมเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ในรูหูมีการเปียกชื้น หากอาการยังไม่ดีขึ้นอาจจะต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อให้เส้นประสาทภายในหูกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติที่สุด ดังนั้นทุกคนควรจะดูแลหูให้ดีเพื่อหลักเลี่ยงอาการเจ็บป่วยให้ดีที่สุด

คุณแม่ท้องผูกควรกินอะไร

เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วสำหรับคุณแม่ที่จะมีอาการท้องผูกแต่เนื่องจากการที่คุณแม่กินอะไรเข้าไปจะมีผลต่อลูกน้อยทั้งสิ้นดังนั้นจึงไม่ควรกินยาเพื่อระบายให้ช่วยในการขับถ่ายแต่ควรจะหาสิ่งอื่นมากินเพื่อเป็นการทดแทนแทนยาระบายให้สามารถขับถ่ายได้ดีขึ้นแถมลูกน้อยของเราก็ยังปลอดภัยได้อีกด้วยดังนั้นวันนี้ทาง  ผลเลือด non reactive แปลว่าอะไร    จะมาแนะนำผลไม้ที่จะช่วยให้คุณแม่ท้องผูกขับถ่ายได้ดีขึ้น

  1. ลูกพรุนหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าลูกพรุนมีใหญ่อาหารค่อนข้างเยอะและมีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมายดังนั้นหากต้องการเป็นยาระบายคุณแม่ควรดื่มน้ำรูปผลจะช่วยให้ถ่ายท้องได้ง่ายแถมกินแล้วรู้สึกสดชื่นอีกด้วย
  2. น้ำส้มคั้นน้ำนางเอกที่ทุกคนรู้จักเป็นอีกน้ำผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการระบายเพราะมีพวกวิตามินซีสูงมากช่วยในเรื่องของการดูแลผิวพรรณแล้วเรื่องของการท้องผูกโดยเฉพาะแต่การทำน้ำส้มคั้นควรจะเป็นน้ำส้มคั้น 100% ไม่ผสมน้ำตาลโทรหาคุณแม่ต้องกินน้ำส้มคั้นผสมน้ำตาลจะทำให้คุณแม่อ้วนได้
  3. น้ำมะเขือเทศเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการดื่มน้ำมะเขือเทศจะช่วยให้ผิวสวยเพราะเรื่องมีวิตามินเยอะจะช่วยเรื่องของการลดริ้วรอยและช่วยให้แก่ช้าลงและที่สำคัญมะเขือเทศมีกากใยอาหารเยอะเพราะฉะนั้นจะช่วยเรื่องของระบบขับถ่ายของคุณแม่ได้ดีอีกด้วยการที่คุณได้กินน้ำมะเขือเทศนอกจากจะช่วยให้ผิวของแม่สวยช่วยให้คุณแม่ถ่ายท้องได้ดีน้ำมะเขือเทศยังจะส่งผลไปถึงลูกของคุณแม่ให้เด็กเกิดมามีผิวพรรณที่สวยงามผิวขาวอมชมพูได้อีกด้วย
  4. กล้วยน้ำว้า  เชื่อว่าใครๆก็รู้อยู่แล้วว่าการกินกล้วยน้ำว้าจะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นทั้งนี้กล้วยยังมีแคลเซียมและวิตามินบีสูงดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่มักจะนิยมกินกล้วยแถมเมื่อเด็กก่อนคลอดออกมาคนโบราณก็มักจะให้เด็กกินกล้วยน้ำว้าเพราะว่าจะช่วยให้เด็กถ่ายท้องได้ดี   การกินกล้วยมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก
  5. มะละกอสุกเรารู้อยู่แล้วว่ามะละกอช่วยเรื่องของการระบายใครที่เป็นโรคท้องผูกควรจะกินมะละกอสุกเยอะเยอะแถมมะละกอก็ยังมีวิตามินสูงทำให้ผิวสวยอีกด้วย   มะละกอเป็นผลไม้ที่หาง่ายบางคนปลูกไว้ในบ้านไม่ต้องไปหาซื้อให้ยุ่งยากด้วยซ้ำไปดังนั้นการกินมะละกอนอกจากจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะแล้วยังช่วยในเรื่องของการรักษาอาการท้องผูกของคุณแม่ได้ดีอีกด้วย

ปัญหาการได้ยินในผู้สูงอายุ 

      คนเราทุกคนเมื่อมีอายุมากขึ้น การทำงานของร่างกายก็จะเสื่อมถอยลง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเรื่องการมองเห็น ปัญหากล้ามเนื้อจะค่อยลีบลง ปัญหาเรื่องการกระดูกที่พบว่าจะเป็นโรคกระดูกพรุนกันเยอะ ปัญหาโรคหัวใจ ปัญหาหาผิวหนังแห้งง่ายหรือแม้แต่ปัญหาการได้ยิน อย่างที่คนมักจะชอบพูดกันว่าเมื่อแก่ตัวแล้วทุกอย่างก็จะหย่อนยานไปหมด เหลืออยู่อย่างเดียวที่เท่านั้นที่ตึง นั่นก็คือหู  การหูตึงในคนแก่นั้นไม่ได้หมายถึงผิวหนังที่เต่งตึงแต่หมายถึงประสิทธิภาพการรับฟังเสียงของคนสูงอายุจะลดลง

จะได้ยินเสียงเบาหรือบางครั้งไม่ได้ยินเลย ดังนั้นหลายครั้งที่จะเห็นคนสูงอายุเวลาดูทีวีจะมีการเปิดเสียงที่ดังมากๆ สำหรับนิยามของคำว่าผู้สูงอายุนั้นจะหมายถึงคนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย หากมีอายุที่มากขึ้นย่อมประสบกับปัญหาการได้ยินกันทุกคน แต่รู้หรือไม่ว่าการปล่อยที่ผู้สูงอายุมีปัญหาด้านการได้ยินนั้น ไม่ใช่แค่จะมีปัญหาเรื่องการพูดคุยสื่อสารกันเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาเรื่องของสุขภาพอื่นๆตามมามากมายอีกด้วย

อย่างแรกที่เราจะพบเลยหากผู้สูงอายุเริ่มที่จะไม่ได้ยิน พวกท่านจะเริ่มตีตัวออกจากสังคม จะชอบอยู่คนเดียวเพราะพวกท่านจะพบปัญหาว่าเมื่อท่านคุยกับใครแล้ว ท่านจะไม่ค่อยได้ยินและคนอื่นก็จะไม่อยากคุยกับพวกท่านเพราะบางครั้งการที่เราต้องตะโกนคุยกับคนที่มีปัญหาทางหูก็จะทำให้เรามีอารมณ์หงุดหงิดและไปพาลใส่พวกท่านได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ผู้สูงอายุที่รับรู้ว่าตัวเองมีปัญหาด้านการได้ยินจึงไม่ค่อยอยากจะคุยกับใคร ชอบออกมาอยู่คนเดียว

และเมื่อไม่มีสังคมให้พูดคุย ผลที่ตามมาอีกก็คือจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือมีปัญหาด้านสุขภาพจิต มีหลายรายที่เมื่อเป็นโรคซึมเศร้าแล้วก็จะมีการพยายามฆ่าตัวตาย เพราะคิดว่าลูกหลาน คนในครอบครัวไม่รัก และหากสมองไม่มีการพัฒนา ไม่มีการถูกกระตุ้นด้วยเสียงบ่อยๆนานไปเข้าก็จะทำให้เป็นโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ได้อีกด้วย  

          จะเห็นได้ว่าแค่ปัญหาเรื่องของการได้ยินเพียงอย่างเดียวสามารถส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับผู้สูงอายุได้อีกมากมาย ดังนั้นเราควรมีการดูแลและใส่ใจ หากท่านมีปัญหาด้านการได้ยินควรพาท่านไปปรึกษาแพทย์เพราะปัจจุบันมีเครื่องช่วยฟังที่สามารถช่วยให้พวกท่านได้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ และมีความสุขในราคาที่ไม่แพง 

 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ประโยชน์ของข้าวแต่ละชนิด

ทุกคนในที่นี้ไม่มีใครไม่เคยทานข้าวกันหรอกใช่ไหม แน่นอน นั้นเป็นเพราะว่าข้าวเป็นอาหารจานหลักที่อยู่กับคนไทยมาแต่นานแล้ว รวมไปถึงการที่ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวไปยังต่างประเทศเป็นอันดับต้นๆอีกด้วย ในชีวิตประจำวันของเรานั้น ข้าวที่หลายคนทานกันอย่างมากและเป็นที่นิยมนั้นก็คือ ข้าวขาว เราจะพบว่าข้าวขาวถูกนำมาใช้รับประทานกันเป็นหมู่มากเนื่องจากมีราคาถูกและหาทานได้ง่ายกว่าข้าวชนิดอื่นๆ ซึ่งในประเทศไทยเรานั้นไม่มีแต่ข้าวขาวเพียงเท่านั้น ยังมีข้าวอีกหลากหลายสายพันธุ์เลยที แต่หลายคนมักจะบอกว่า ทานข้าวแบบไหนก็เหมือนกันนั้นแหละ ซึ่งจริงๆแล้วนั้นไม่เป็นความจริง เพราะข้าวแต่ละชนิดนั้นมีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง ทางความอร่อย และคุณค่าทางโภชนาการ แต่ข้าวแต่ละชนิดจะมีอะไรบ้างนั้นมีดังนี้

ข้าวขาว หรือข้าวหอมมะลิ  เป็นข้าวที่ผ่านขัดสีออกไปค่อนข้างมาก มากที่สุดถ้าหากเปรียบเทียบกับชนิดอื่นๆทั้งหมด ซึ่งเหตุนี้จึงทำให้คุณประโยชน์ในข้าวขาวนั้นหายไป คงเหลือแค่เพียงคาร์โบไฮเดรตที่สูงถึง 71-77% ช่วยสร้างพลังงานให้กับร่างกาย และยังมีวิตามินB1 ที่ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา กับ วิตามินB2 ที่ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก ถึงแม้ว่าข้าวชนิดนี้จะถูกขัดสีออกไปมาก แต่ก็ยังถือว่าเป็นข้าวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะการทานง่าย และนุ่มของเมล็ดข้าว

ข้าวกล้อง เป็นข้าวที่นำเปลือกออกแต่ยังมีจมูกข้าวและเยื้อหุ้มเมล็ดอยู่ ข้าวกล้องจึงมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลอ่อน ที่อุดมไปด้วยประโยชน์จากแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิด เช่น วิตามินB1 แคลเซียม โฟเลต ธาตุเหล็กและฟอสฟอรัส ที่จะช่วยในการทำให้กระดูกและฟันมีความแข็งแรง ป้องกันโรคโลหิตจาง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เป็นต้น ข้าวกล้องถือว่าเป็นข้าวอีกชนิดที่ยอดฮิตในกลุ่มคนที่ต้องการลดหุ่นหรือลดน้ำหนัก เพราะเป็นข้าวที่มีดัชนีมวลของน้ำตาลน้อย มีใยอาหารสูงช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย และเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานเป็นอย่างมาก

ข้าวหอมนิล  เป็นข้าวที่มีลักษณะเรียวยาว มีสีที่ออกไปทางสีดำไม่ก็สีม่วงเข้ม มีกลิ่นที่หอมเป็นเอกลักษณ์โดยมีความแตกต่างจากข้าวชนิดอื่นๆ ซึ่งในข้าวหอมนิลมี แอนโทไซยานิน ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและโรคมะเร็ง ได้ดีกว่าการทานผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ถึง 3 เท่า และยังมีธาตุเหล็กที่ร่างกายนั้นสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงโลหิตและการทำงานของระบบประสาท

ข้าวแดง เป็นข้าวที่มีเยื้อหุ้มเมล็ดเป็นสีแดง มีหลายสายพันธุ์อย่างเช่น ข้าวมันปู ข้าวสังข์หยด เป็นต้น ซึ่งในสายพันธุ์ข้าวมันปูนั้นมีมีสารแคโรทีน มีคุณสมบัติเป็นโปรวิตามินสูงกว่าข้าวสายพันธุ์อื่นๆ ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา สุขภาพผิว และยังช่วยในการชะลอความอ่อนวัยอีกด้วย อีกสายพันธุ์คือ ข้าวสังข์หยด ที่ความอ่อนนุ่ม ทานง่าย อุดมไปด้วยธาตุเหล็กและฟอสฟอรัส ที่มีส่วนช่วยการบำรุงโลหิต และในข้าวแดงทุกสายพันธุ์พันธุ์นั้นมีวิตามินB3 ที่จะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี สามารถลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆจาก  ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม

หักโหมงานหนักมากเกินไปเสี่ยงเป็นโรคได้นะ

6 โรคที่จะมาเยือนคุณหักโหมงานหนักมากเกินไป 

              ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้หลายครอบครัวต้องทำงานอย่างหนักไม่ค่อยได้พักผ่อน เพราะต้องหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายทั้งของตัวเองและคนในครอบครัว บางคนต้องทำงานเข้ากะ พักผ่อนไม่เป็นเวลา บางคนต้องทำงานโอทีจนดึกดื่นซึ่งสังคมไทยปัจจุบันหากมีการสำรวจจะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ทุกคนมีแต่การเร่งรีบที่จะไปทำงานตื่นเช้ามาก็ไปทำงานเลิกงานกว่าจะได้กลับมาพักผ่อนที่บ้านก็ค่ำมืดเพราะสถานะรถที่ติดกันยาวเหยียดในแต่ละวันทำให้คนที่ทำงานมักจะไม่มีเวลาได้พักผ่อนซึ่งหากยังพักผ่อนน้อยและโหมงานมมากเกิดไปแบบนี้จะส่งผลต่อร่างกายของเราเองอย่างมาก

มาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้างที่จะมาเยือนคุณ หากคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ 

 

1.สำหรับโรคแรกเป็นโรคยอดฮิตคนของทำงานเลยก็ว่าได้ นั่นคือโรค ออฟฟิศซินโดรม สาเหตุนั่นก็เพราะคนส่วนใหญ่มักจะนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเกินไป เรียกได้ว่าก้นแช่อยู่กับเก้าอี้แทบจะไม่ได้เดินออกไปไหน เพื่อขยับร่างกายเลย ดังนั้นเมื่อเราไม่ได้ขยับร่างกายจึงทำให้กล้ามเนื้อของเรามีอาการตึงซึ่งจะนำมาซึ่งอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ

 

2.การที่เราทำงานหนัก ร่างกายไม่ได้พักผ่อนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้เราป่วยงาน ซึ่งเกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราอ่อนแอลง อาการเบื้องต้นจะมีอาการเจ็บป่วยของโรคหวัด มีเจ็บคอ น้ำมูกไหล สืบเนื่องมาจากเราโหมทำงานหนักมากเกินไปทำให้ร่างกายของเราอ่อนล้า

 

3.และที่ขาดไม่ได้สำหรับคนที่โหมทำงานหนักจนไม่ได้พักผ่อนก็คือ อาการป่วยเป็นโรคไมเกรน อาจจะเพราะการที่เราทำงานหนักจะส่งผลให้ร่างกายของเราตึงเครียดทั้งกล้ามเนื้อของร่างกายและกล้ามเนื้อสมองจึงเป็นที่มาของโรคไมเกรนก็เป็นได้ 

 

4.อีกโรคที่ขาดไม่ได้คือ โรคอ้วน สำหรับคนที่นั่งทำงานนานๆแทบจะตลอดเวลา ร่างกายไม่ค่อยได้ขยับเขยื้อนทำให้ระบบเผาผลาญได้ทำงานน้อยลงไปด้วย จึงเป็นที่มาของโรคอ้วน เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนกับคนที่เป็นโรคนี้เพราะคนที่เป็นโรคอ้วนมักจะไม่ค่อยขยับตัวไปไหน เอาแต่นั่งหน้าคอมตลอดเวลาทำให้อ้วนในที่สุด 

 

5.และเมื่อเราเครียดหนักมากๆมักจะทำให้ความเครียดลามไปที่กระเพาะหรือที่เรียกว่าความเครียดลงกระเพาะ ซึ่งหากเราเป็นโรคนี้จะทำให้เรามีอาการคล้ายคนเป็นโรคกระเพาะจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนตรงกระเพาะอาหารทำให้เราทรมานมาก

 

6.และโรคสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เพราะคนที่ทำงานหนักมักจะลืมไปเข้าห้องน้ำเมื่อปวดฉี่เพราะจะคิดว่ายังทำงานไม่เสร็จเดี๋ยวค่อยไป นานวันเข้าจึงเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

 

สนับสนุนโดย ชุดตรวจ hiv

นอนไม่หลับเพราะอะไร

มั่นใจว่าทุกคนนั้นอาจจะจำต้องเคยประสบพบปัญหาว่า “เอ่อ นอนไม่หลับ วันพรุ่งจำต้องไปดำเนินการยามเช้าด้วยสิ” เพราะว่านอกเหนือจากการนอนไม่หลับจะมีผลต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเกิดเรื่อง แก่ง่ายลง หรือเรื่องริ้วรอย ไปจนกระทั่งการทำงานในวันถัดไปเพราะว่าพักน้อยเกินไป ซึ่งพวกเรามีเทคนิคจาก Tech Insider รวมทั้งแมทธิว วอลเกอร์ อาวุธจารจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอเนีย เบิร์คลีย์ มาฝากกัน

1. นอนห้องเย็นๆ

เคยสงสัยมั้ยว่า เพราะเหตุไรพวกเราถึงรู้สึกง่วงเวลาอยู่ในศูนย์การแสดง หรือโรงภาพยนต์ เพราะว่าร่างกายควรต้องลดอุณหภูมิในตัวลงไปราวๆ 2-3 องศา เพื่อสมองรู้สึกต้องการจะนอนมากขึ้น แล้วก็เนื่องจากโรงภาพยนต์จำนวนมากจะเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นนั่นเอง

2. นอนให้ตรงเวลา

น่าจะเป็นข้อเสนอที่รู้กันมาอย่างเป็นเวลายาวนานแล้ว และไม่ว่าจะเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ควรนอนให้ตรงเวลาเสมือนตอนวันปกติ และแม้ว่าจะนอนไม่ค่อยหลับ ก็ควรตื่นมาให้ตามกำหนดทุกวี่วัน เพื่อทำ “รีเซ็ต” ร่างกายใหม่แล้วก็กลับไปนอนในเวลาเดิม

3. ถ้าเกิดนอนไม่หลับนานๆ อย่านอนคาอยู่บนที่นอน

ถ้าหากพวกเรามุ่งมั่นที่จะนอนให้หลับ แม้กระนั้นไม่หลับ ก็จะกลายเป็นเหมือนเรานอนกลิ้งอยู่บนเตียง ซึ่งหลายคนบางครั้งอาจจะมีความคิดว่า “สักครู่ก็หลับ” แม้กระนั้นถ้าหากผ่านไป 20 กว่านาที แล้วยังไม่หลับ มีข้อเสนอแนะว่า ควรลุกออกมาจากเตียงไปนั่งพักผ่อนอีกห้องหนึ่งซะ เนื่องจากยิ่งถ้าเกิดอยู่บนเตียง สมองจะเริ่มกระทำจับคู่ “การตื่น” กับ “เตียง” และก็จะยิ่งทำให้ไม่หลับเข้าไปอีก

ทางที่ดีควรจะออกไปนั่งห้องอื่น หาหนังสือมานั่งอ่านไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเปิดไฟมาก เพียงแค่สลัวๆ ก็พอเพียงแล้ว รวมทั้งอย่าเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือดูโทรทัศน์ หรือหาอะไรมารับประทาน เพราะว่ามันจะไม่ช่วยทำให้หลับหรอก ให้เลือกอ่านหนังสือดีกว่าเพราะว่าอ่านไปสักแปบนึง ก็จะรู้สึกง่วง และเมื่อรู้สึกง่วงนอน ก็ค่อยกลับไปที่ห้อง ปิดไฟ และเข้านอนซะ

4. อย่าเล่นโทรศัพท์มือถือหรือดูโทรทัศน์ก่อนนอน และพยายามหลบหลีกแสงสว่าง

แสงสว่างนั้น จะก่อให้สมองของพวกเรามีความรู้สึกว่า “ขณะนี้ยังสว่าง ยังไม่สมควรนอน” ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้อเสนอแนะ คงเป็นการลดแสงในบ้านลงให้เหลือประมาณครึ่งเดียวเพื่อทำให้พวกเราคิดว่า “ในขณะนี้กำลังจะมืด พวกเราควรเข้านอน” เนื่องจากร่างกายจะหลั่งสารที่ชื่อ เมลาโทนิน (Melatonin) ออกมา เมื่อร่างกายทราบว่ากำลังอยู่ในตอนเวลาเย็น เพื่อช่วยทำให้หลับได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น การเล่นโทรศัพท์หรือดูโทรทัศน์นั้นจะมีผลให้ร่างกายจำต้องพบกับแสงสีฟ้าจากจอ ซึ่งจะไปกระทบกับการหลั่งของสาร “เมลาโทนิน” ด้วย

5. งดเว้นกาแฟ

การดื่มกาแฟภายหลังการกินมื้อค่ำนั้นเป็นสิ่งที่คนจำนวนไม่น้อยทำ แต่กระบวนการทำอย่างนี้ อาจจะช่วยให้หลับ มันจะเป็นการนอนที่ไม่ใช่การ “หลับลึก” ซึ่งแสดงว่ารายการจะมิได้รับการพักผ่อนหย่อนใจอย่างเพียงพอ รวมทั้งจะมีผลให้เกิดปัญหา “ง่วงหงาวหาวนอน” รวมทั้งต้องการจะดื่มกาแฟในยามรุ่งเช้าทีละหลายๆ แก้ว จนถึงจะเริ่มเป็น “วงจร” ขึ้นมา…ซึ่งหากทำไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็อาจจะเสพติด และหยุดยาก

6. ดื่มเหล้าก็ไม่ได้ช่วยนะ

การดื่มแอลกอฮอลเพื่อหลับนั้นเป็นความเชื่อที่ไม่ถูก เพราะว่าถึงแม้ว่าจะหลับลึก แต่ว่าการ “หลับลึก” นี้เป็นการ “หลับลึก” ที่ปลอม เพราะว่า ถึงแม้จะหลับไปแล้ว แต่เราก็มีความเป็นไปได้ว่าคุณจะตื่นกลางดึกกลางดื่นแน่ๆ เพราะว่าอาจจะรู้สึกกระหายอยากกินน้ำหรือเนื่องจากว่าเหตุผลอื่น ก็มีอีกเหตุผลที่เป็นกระบวนการทำให้ตนเองหลับด้วยแอลกอฮอลนั้น เป็นการนอนแบบไม่ใช่ธรรมชาติ ด้วยเหตุนั้นมันบางทีอาจจะไม่ใช่การพักผ่อนหย่อนใจที่ถูกซะทีเดียว

หากคนไหนมีโอกาสทดลองกลเม็ดเหล่านี้ไปใช้ มาบอกผลกันด้วยนะ ว่าเวิร์คหรือไม่ หรือถ้าเกิดมีข้อเสนอแนะแบบอื่นที่ตนเองใช้ ก็เอามาแชร์กันได้นะ